รู้ลึกเรื่องไข้หวัดใหญ่

Influenza

ไข้หวัดเป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่พบได้บ่อย โดยเกิดจากเชื้อไวรัสที่แพร่กระจายผ่านละอองฝอยจากการไอ จาม หรือสัมผัสเชื้อโดยตรง 

แม้ว่าไข้หวัดจะไม่รุนแรงมากนัก แต่ก็สามารถทำให้ร่างกายอ่อนแอและส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้ อาการที่พบบ่อย ได้แก่ คัดจมูก ไอ เจ็บคอ มีไข้ และปวดเมื่อยตามร่างกาย การรักษาสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันและบรรเทาอาการ เช่น การพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมากๆ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และหลีกเลี่ยงสถานที่แออัด 

การดูแลสุขอนามัย เช่น การล้างมือบ่อยๆ และใส่หน้ากากอนามัยเมื่อป่วย จะช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อได้ การรู้เท่าทันไข้หวัดและดูแลร่างกายให้แข็งแรงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันและลดความเสี่ยงจากโรคนี้  

ประเภทของไข้หวัด  

  1. ไข้หวัดธรรมดา (Common Cold)
    เกิดจากไวรัสหลายชนิด เช่น ไรโนไวรัส (Rhinovirus) ทำให้มีอาการไม่รุนแรง  

  2. ไข้หวัดใหญ่ (Influenza)
    เกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ มีอาการรุนแรงกว่า อาจมีไข้สูง ปวดกล้ามเนื้อ และเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน  

  3. ไข้หวัดจากภูมิแพ้ (Allergic Rhinitis)
    เกิดจากปฏิกิริยาภูมิแพ้ เช่น ฝุ่นละออง ละอองเกสร ทำให้มีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล และจามบ่อยๆ  

ไข้หวัดใหญ่แบ่งออกเป็น 3 สายพันธุ์หลัก 

1. ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A (Influenza A)  
  • เป็นสายพันธุ์ที่มีการแพร่ระบาดรุนแรงที่สุด และสามารถก่อให้เกิดการระบาดใหญ่ (Pandemic) ได้  
  • พบได้ทั้งในมนุษย์และสัตว์ เช่น นก สุกร ม้า  
  • สามารถกลายพันธุ์ได้ง่าย ทำให้เกิดไวรัสสายพันธุ์ใหม่ๆ  
  • ตัวอย่างสายพันธุ์สำคัญที่เคยระบาด ได้แก่  
    • H1N1 (ไข้หวัดหมู) – ระบาดใหญ่ในปี 2009  
    • H5N1 (ไข้หวัดนก) – อันตรายสูง อัตราการเสียชีวิตสูง  
    • H3N2 – ทำให้เกิดการระบาดใหญ่ในมนุษย์  

2. ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B (Influenza B)  
  • พบเฉพาะในมนุษย์ และไม่ก่อให้เกิดการระบาดใหญ่เหมือนสายพันธุ์ A  
  • มีการกลายพันธุ์ช้ากว่า จึงมีจำนวนสายพันธุ์ย่อยน้อยกว่าสายพันธุ์ A  
  • สามารถทำให้เกิดอาการรุนแรงได้ โดยเฉพาะในเด็กและผู้สูงอายุ  
  • แบ่งออกเป็น 2 สายพันธุ์หลักคือ  
    • B/Yamagata  
    • B/Victoria  

3. ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ C (Influenza C)  
  • มีความรุนแรงน้อยที่สุดและไม่ก่อให้เกิดการระบาดใหญ่  
  • พบได้ในมนุษย์และสัตว์บางชนิด เช่น หมู  
  • อาการคล้ายไข้หวัดธรรมดา เช่น คัดจมูก ไอ มีไข้ต่ำ  
  • มักพบในเด็กเล็กแต่ไม่ค่อยก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพร้ายแรง  

สรุปไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ไหนอันตรายที่สุด  
  • สายพันธุ์ A อันตรายที่สุด แพร่จากสัตว์สู่คนได้ และอาจทำให้เกิดการระบาดใหญ่  
  • สายพันธุ์ B พบเฉพาะในคน มีความรุนแรงแต่ไม่ระบาดใหญ่  
  • สายพันธุ์ C อาการเบาที่สุด มักคล้ายไข้หวัดธรรมดา


สาเหตุของไข้หวัด  

  • ไวรัส เช่น Rhinovirus, Influenza virus, Coronavirus บางสายพันธุ์  
  • การแพร่กระจายผ่านการไอ จาม หรือสัมผัสสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อ  
  • ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอจากความเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือขาดสารอาหาร  


อาการของไข้หวัด  

  • ไอ เจ็บคอ คัดจมูก น้ำมูกไหล  
  • มีไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามร่างกาย  
  • อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร  
  • ในกรณีไข้หวัดใหญ่ อาการอาจรุนแรงและมีภาวะแทรกซ้อน เช่น ปอดบวม  


วิธีการดูแลและป้องกัน  

✅ การดูแลเมื่อเป็นไข้หวัด  
  • พักผ่อนให้เพียงพอ และดื่มน้ำอุ่นมากๆ  
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะอาหารที่มีวิตามินซีสูง  
  • ใช้ยาบรรเทาตามอาการ เช่น ยาลดไข้ ยาแก้แพ้ ยาแก้ไอ  
  • หลีกเลี่ยงการออกไปในที่แออัด และใส่หน้ากากอนามัยเพื่อลดการแพร่เชื้อ  

✅ การป้องกันไข้หวัด  
  • ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์  
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอและรับประทานอาหารที่เสริมภูมิคุ้มกัน  
  • หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสใบหน้าโดยไม่จำเป็น  
  • ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปี  

บทสรุป  ไข้หวัดเป็นโรคที่พบได้บ่อยและสามารถป้องกันได้ด้วยการรักษาสุขอนามัย ดูแลสุขภาพ และเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน การรู้ทันโรคและปฏิบัติตัวอย่างเหมาะสมช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อได้

0 ความคิดเห็น