รู้ทัน โรคเบาหวาน
โรคเบาหวานเป็นภาวะเรื้อรังที่เกิดจากระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ ซึ่งมักเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลสูง ขาดการออกกำลังกาย และภาวะอ้วน
การป้องกันโรคเบาหวานสามารถทำได้โดยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้สุขภาพดีขึ้น เช่น รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ควบคุมน้ำหนัก และลดความเครียด
สำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวานแล้ว การดูแลตัวเองเป็นสิ่งสำคัญเพื่อลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน ควรควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้เหมาะสม รับประทานยาและตรวจสุขภาพตามแพทย์แนะนำ รวมถึงปรับโภชนาการและออกกำลังกายอย่างเหมาะสม หากสามารถดูแลสุขภาพได้ดี จะช่วยลดความรุนแรงของโรคและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
อาการของโรคเบาหวาน
โรคเบาหวานเป็นภาวะที่ระดับน้ำตาลในเลือดสูงผิดปกติ ซึ่งอาจไม่มีอาการชัดเจนในระยะแรก แต่เมื่อโรครุนแรงขึ้น จะมีอาการแสดงออกที่สามารถสังเกตได้ อาการของโรคเบาหวานแบ่งเป็น อาการทั่วไป และ อาการแทรกซ้อน ดังนี้
1. อาการทั่วไปของโรคเบาหวาน
✅ ปัสสาวะบ่อยผิดปกติ – เพราะไตต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อขับน้ำตาลส่วนเกินออกจากร่างกาย
✅ กระหายน้ำบ่อย – ร่างกายสูญเสียน้ำจากการปัสสาวะบ่อย ทำให้รู้สึกกระหายน้ำมากขึ้น
✅ หิวบ่อย และน้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ – แม้จะรับประทานอาหารมากขึ้น แต่น้ำหนักยังลด เพราะร่างกายไม่สามารถใช้พลังงานจากน้ำตาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
✅ เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย – เนื่องจากเซลล์ไม่ได้รับพลังงานจากน้ำตาลในเลือด
✅ แผลหายช้า – ระบบไหลเวียนเลือดและการซ่อมแซมเซลล์แย่ลง ทำให้แผลติดเชื้อได้ง่าย
✅ ติดเชื้อง่าย – โดยเฉพาะบริเวณผิวหนัง ช่องปาก และทางเดินปัสสาวะ
✅ ชาปลายมือปลายเท้า – ระดับน้ำตาลในเลือดสูงส่งผลต่อเส้นประสาท ทำให้เกิดอาการชาหรือเจ็บแปลบๆ
2. อาการแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน
หากโรคเบาหวานไม่ได้รับการดูแลที่ดี อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรง เช่น
🩸 ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง (Hyperglycemia) – ทำให้เกิดอาการสับสน หายใจลำบาก กระหายน้ำรุนแรง
🩸 ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ (Hypoglycemia) – อาจเกิดจากการใช้ยามากเกินไป มีอาการหน้ามืด ใจสั่น ตัวสั่น
🩸 เบาหวานขึ้นตา – ส่งผลต่อเส้นเลือดในดวงตา อาจทำให้มองเห็นไม่ชัดหรือเสี่ยงต่อการตาบอด
🩸 ไตวายจากเบาหวาน – ไตทำงานหนักในการกรองน้ำตาล อาจนำไปสู่ภาวะไตวาย
🩸 โรคหัวใจและหลอดเลือด – ผู้ป่วยเบาหวานมีความเสี่ยงสูงต่อภาวะหลอดเลือดอุดตัน หัวใจวาย และโรคหลอดเลือดสมอง
วิธีป้องกันโรคเบาหวาน
1. เลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพ
- รับประทานผัก ผลไม้ ธัญพืชเต็มเมล็ด และโปรตีนไร้มัน
- หลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลสูง อาหารแปรรูป และไขมันทรานส์
2. ออกกำลังกายเป็นประจำ
- ออกกำลังกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ เช่น เดินเร็ว วิ่ง ว่ายน้ำ หรือโยคะ
- การออกกำลังกายช่วยควบคุมน้ำหนัก และเพิ่มความไวของอินซูลิน
3. ควบคุมน้ำหนัก
- การมีน้ำหนักเกินเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะดื้อต่ออินซูลินและเบาหวานชนิดที่ 2
- ลดน้ำหนักเพียง 5-10% สามารถลดความเสี่ยงของโรคเบาหวานได้อย่างมาก
4. ลดน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตแปรรูป
- หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล เช่น น้ำอัดลม น้ำผลไม้กล่อง
- เลือกคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่น ข้าวกล้อง แทนข้าวขาว
5. นอนหลับให้เพียงพอ
- การอดนอนส่งผลต่อฮอร์โมนที่ควบคุมน้ำตาลในเลือด และเพิ่มความอยากอาหาร
6. ลดความเครียด
- ความเครียดทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนที่เพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด
- ใช้เทคนิคการผ่อนคลาย เช่น การทำสมาธิ โยคะ หรือการออกไปทำกิจกรรมที่ชอบ
7. ตรวจสุขภาพเป็นประจำ
- หากมีความเสี่ยง ควรตรวจระดับน้ำตาลในเลือดเป็นระยะ
- หากพบว่าระดับน้ำตาลสูงกว่าปกติ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อป้องกันไม่ให้พัฒนาเป็นโรคเบาหวาน
การดูแลตัวเองเมื่อเป็นโรคเบาหวาน
1. ควบคุมอาหาร
- รับประทานอาหารที่มีดัชนีน้ำตาลต่ำ (Low GI)
- หลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลสูง และเน้นอาหารที่มีไฟเบอร์
2. ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม
- การออกกำลังกายช่วยให้ร่างกายใช้กลูโคสได้ดีขึ้น ลดระดับน้ำตาลในเลือด
3. ตรวจระดับน้ำตาลในเลือดเป็นประจำ
- ใช้อุปกรณ์ตรวจน้ำตาลที่บ้าน และจดบันทึกผลเพื่อติดตามแนวโน้ม
4. รับประทานยาตามแพทย์สั่ง
- ไม่ควรหยุดยาเอง และควรพบแพทย์ตามนัดหมาย
5. ดูแลเท้าและสุขภาพผิว
- โรคเบาหวานทำให้เกิดแผลหายยาก ควรตรวจสอบเท้าและดูแลให้สะอาดเสมอ
6. จัดการความเครียดและพักผ่อนให้เพียงพอ
- ลดความเครียดและนอนหลับให้เพียงพอ เพื่อช่วยควบคุมระดับน้ำตาล
สรุป การป้องกันโรคเบาหวานสามารถทำได้โดยการเลือกรับประทานอาหารที่ดี ออกกำลังกาย ควบคุมน้ำหนัก และลดความเครียด ส่วนผู้ที่เป็นโรคเบาหวานควรควบคุมระดับน้ำตาลด้วยการรับประทานอาหารที่เหมาะสม ออกกำลังกาย และติดตามสุขภาพอย่างใกล้ชิด การดูแลตัวเองอย่างถูกต้องจะช่วยให้ใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน
0 ความคิดเห็น