ง่วงนอนในเวลากลางวัน

Drowsy and yawning

คุณเป็นอีกคนหนึ่งใช่ไหม ที่มักง่วงหาวในเวลากลางวัน มีคนหลายคนอาจเคยรู้สึกง่วงระหว่างวัน แม้ว่าจะได้นอนหลับเต็มที่ในตอนกลางคืน อาการนี้ไม่ใช่โรค แต่อาจเป็นอาการของโรค?

สาเหตุอาจมาจากหลายปัจจัย เช่น ภาวะสุขภาพ พฤติกรรมการใช้ชีวิต หรือแม้แต่คุณภาพของการนอนหลับที่อาจไม่ดีเท่าที่คิด ลองมาดูกันว่ามีอะไรบ้างที่ทำให้เกิดอาการนี้ และวิธีแก้ไขที่สามารถช่วยให้คุณรู้สึกตื่นตัวระหว่างวัน  

สาเหตุของอาการง่วงนอนระหว่างวัน  

1. คุณภาพการนอนหลับไม่ดีพอ  

แม้ว่าจะนอนครบ 7-9 ชั่วโมง แต่หากการนอนหลับไม่มีคุณภาพ เช่น ตื่นบ่อย หลับไม่สนิท หรือมีปัญหาการหายใจขณะหลับ ก็อาจทำให้ร่างกายไม่ได้รับการพักผ่อนที่แท้จริง  

🔹 วิธีแก้ไข:  
  • หลีกเลี่ยงคาเฟอีน แอลกอฮอล์ หรืออาหารหนักก่อนนอน  
  • สร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม เช่น ปิดไฟ ลดเสียงรบกวน  
  • หลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ก่อนนอน  

2. ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea)  

ภาวะนี้ทำให้มีการหยุดหายใจสั้น ๆ หลายครั้งตลอดคืน ทำให้นอนหลับไม่เต็มที่ แม้ว่าจะหลับเป็นเวลานานก็ตาม เรื่องนี้อาจตรวจสอบยากสักนิด แต่มีแนวทางแก้ไขได้ 

🔹 วิธีแก้ไข:  
  • หากมีอาการกรนเสียงดังหรือรู้สึกหายใจติดขัดตอนกลางคืน ควรปรึกษาแพทย์  
  • ควบคุมน้ำหนัก เพราะไขมันส่วนเกินอาจกดทับทางเดินหายใจ  
  • ใช้เครื่องช่วยหายใจแรงดันบวก (CPAP) ในกรณีที่แพทย์แนะนำ  

3. ภาวะนอนไม่พอสะสม (Sleep Debt)  

แม้ว่าคืนก่อนจะได้นอนเต็มที่ (เพียงแค่คืนเดียว) แต่หากมีประวัตินอนน้อยสะสมมาหลายวันก่อนหน้านั้น ร่างกายอาจยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่  

🔹 วิธีแก้ไข:  
  • พยายามเข้านอนและตื่นให้เป็นเวลา  
  • หากรู้สึกอ่อนเพลีย ลองงีบสั้น ๆ ประมาณ 10-20 นาทีในช่วงบ่าย  

4. โรคหรือภาวะทางสุขภาพอื่น ๆ  

บางภาวะสามารถส่งผลให้ร่างกายอ่อนล้าและง่วงระหว่างวัน เช่น  
  • โรคไทรอยด์ผิดปกติ (Hypothyroidism) ทำให้ร่างกายเผาผลาญช้าลงและรู้สึกง่วง  
  • ภาวะซึมเศร้า (Depression) อาจทำให้นอนมากขึ้นแต่นอนไม่มีคุณภาพ  
  • โรคเบาหวาน ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดผิดปกติและเกิดความเหนื่อยล้า  
🔹 วิธีแก้ไข:  
  • หากมีอาการง่วงผิดปกติร่วมกับอาการอื่น เช่น น้ำหนักขึ้น/ลงผิดปกติ หรืออารมณ์เปลี่ยนแปลง ควรพบแพทย์  

5. อิทธิพลของอาหารและเครื่องดื่ม  
  • การกินอาหารที่มีน้ำตาลหรือคาร์โบไฮเดรตสูงทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งขึ้นเร็วและลดลงเร็ว ส่งผลให้รู้สึกง่วง  
  • การดื่มกาแฟมากเกินไปอาจทำให้นอนไม่สนิทในตอนกลางคืน และรู้สึกอ่อนเพลียในตอนกลางวัน  
🔹 วิธีแก้ไข:  
  • เลือกกินอาหารที่มีโปรตีนและไขมันดีร่วมกับคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่น ถั่ว อะโวคาโด และธัญพืชเต็มเมล็ด  
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพราะภาวะขาดน้ำก็ทำให้ง่วงได้  

6. การอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ทำให้ง่วง  
  • ห้องที่มีแสงสลัว ๆ หรืออากาศอบอ้าว อาจทำให้ร่างกายต้องการนอนมากขึ้น  
  • การนั่งอยู่กับที่นาน ๆ เช่น นั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ตลอดวัน อาจทำให้สมองล้า  
🔹 วิธีแก้ไข:  
  • ลุกขึ้นขยับร่างกายบ่อย ๆ อย่างน้อยทุก ๆ 1 ชั่วโมง  
  • เปิดหน้าต่างให้มีแสงธรรมชาติเข้ามา หรือเดินออกไปข้างนอกเพื่อรับแสงแดด  

คำแนะนำเพิ่มเติมเพื่อป้องกันอาการง่วงนอนระหว่างวัน  

✅ ออกกำลังกายเป็นประจำ – ช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญและทำให้นอนหลับลึกขึ้น  
✅ จัดตารางนอนให้สม่ำเสมอ – นอนและตื่นเวลาเดิมทุกวัน แม้ในวันหยุด  
✅ ใช้แสงแดดให้เป็นประโยชน์ – แสงแดดช่วยควบคุมนาฬิกาชีวิตให้สมดุล  
✅ ลองดื่มชาเขียวหรือดาร์กช็อกโกแลตแทนกาแฟ – ช่วยให้ตื่นตัวโดยไม่ทำให้ใจสั่น  

หากลองปรับพฤติกรรมแล้วอาการง่วงยังคงอยู่ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง 

0 ความคิดเห็น